แอลกอฮอล์กับการลดปัญหาความรุนแรง

ปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและผู้หญิงอันเนื่องมาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นปัญหาที่พบเห็นได้บ่อยครั้ง สสส. และ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ได้ร่วมกันสนับสนุน เสริมพลังเครือขายผูไดรับผลกระทบจากเหลา เพื่อสื่อสารและผลักดันนโยบายสาธารณะดานการควบคุมเครื่องดื่มฯและความรุนแรงในครอบครัว การผลักดันให้เกิดระบบเฝาระวังความรุนแรง ตลอดจนการพัฒนาชุมชนและสภาพแวดล้อมเชิงบวกเพื่อช่วยแก้ไขปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเชิงสุขภาพ โดยกระบวนการขับเคลื่อนงานมีทั้งในส่วนของการให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กที่ประสบปัญหา การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับแกนนำในศูนย์ฯ การรณรงค์สร้างความเข้าใจในชุมชน รวมถึงประสานการทำงานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การทำงานโดยตรงกับกลุ่มผู้หญิงที่ประสบปัญหาความรุนแรงและกลุ่มผู้ชายดื่มเหล้าที่ใช้ความรุนแรงในครอบครัว คือ การให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคล การเยี่ยมเยียนผู้ประสบปัญหาการเสริมพลังชีวิต (Empowerment) การสะท้อนค่านิยมบทบาทหญิงชาย (Gender) การจัดประชุมกลุ่มสนับสนุน (Group Support) และการจัดประชุมกรณีศึกษา (Case Conference) ทำให้เกิดการสร้างแกนนำใหม่ขึ้นมา 2 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มผู้หญิงและเด็กที่ประสบปัญหาความรุนแรงจากผลกระทบการดื่มเหล้า และ 2) กลุ่มผู้ชายที่ดื่มเหล้า ผู้ชายที่ต้องการเลิกดื่ม และผู้ชายที่สามารถเลิกดื่มได้ ซึ่งต่อมากลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานชุมชนคือ “กลุ่มแกนนำผู้ชายเลิกเหล้า” และ “กลุ่มแกนนำผู้หญิงผ่านพ้น”

กลไกสภาผู้นำชุมชน :
รากฐานการสร้างเสริมสุขภาพ
อย่างยั่งยืน

“สภาผู้นำชุมชน” เป็นกลไกการทำงานในชุมชนที่ฝึกการคิดวิเคราะห์ปัญหาด้วยข้อมูลชุมชน จนสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงกับความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง รวมทั้งมีเครื่องมือในการติดตามประเมินผลเพื่อให้บรรลุตามผลลัพธ์ที่กำหนดไว้ในโครงการ อันจะทำให้การแก้ไขปัญหาในชุมชนเกิดความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น โดยมีกลยุทธ์การดำเนินงาน ดังนี้
(1) ใช้สภาผู้นำชุมชนเป็นกลไกหลักในการทำงาน โดยอาศัยความเข้มแข็งของกลุ่มต่างๆ ที่มีอยู่แล้วในชุมชน มาช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับสภาผู้นำ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน
(2) ใช้วิธีการเรียนรู้จากการลงมือทำด้วยหลักการทำงานเป็นทีม ด้วยการใช้การติดตามประเมินผลลัพธ์เพื่อการเรียนรู้และพัฒนา (Action Research Evaluation : ARE) เพื่อการเรียนรู้ในการทำงานของสภาผู้นำชุมชน
(3) สร้างความเข้มแข็งของสภาผู้นำชุมชนด้วยความสำเร็จในเชิงประเด็น โดยในปีที่ 1 และปีที่ 2 ให้เลือกประเด็นการสร้างเสริมสุขภาพที่ชุมชนอยากทำ แต่ในปีที่ ๓ เน้นการแก้ปัญหาสุขภาพสำคัญ เช่น ปัญหาเหล้า บุหรี่ กินผักผลไม้ กิจกรรมทางกาย และอุบัติเหตุ เป็นต้น
(4) คำนึงถึงปัญหาชุมชน โดยรวมในระยะยาว ทั้งเรื่องสุขภาพและคุณภาพชีวิต โดยกำหนดให้ทำแผนชุมชนพึ่งตนเอง ที่มีการแยกเป็นทำเอง-ทำร่วม-ทำขอ โดยให้ชุมชนเน้นทำเองและเน้นการใช้ข้อมูลจริงในการดำเนินงาน
(5) สภาผู้นำชุมชนจะเป็นรูปแบบการดำเนินงานของคณะกรรมการหมู่บ้านในอนาคต ดังนั้นผู้ใหญ่บ้านจึงเป็นบุคคลสำคัญในกลไกสภาผู้นำชุมชนและในการดำเนินงานโครงการ โดยเป็นหนึ่งใน key success factors ของโครงการชุมชนน่าอยู่

รณรงค์เรื่องเหล้า

สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของกลุ่มคนที่ตระหนักถึงผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น การเสียชีวิต ความพิการจากอุบัติเหตุทางถนนจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปัญหาสังคมจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วขาดสติจนเกิดการทะเลาะวิวาท ฆาตกรรม ข่มขืน ทำลายทรัพย์สิน เป็นต้น รวมถึงปัญหาสุขภาพจากโรคที่มีสาเหตุมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สคล.จึงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตลอดจนสนับสนุนเป็นองค์ประสานงานกลาง เป็นจุดเชื่อมระหว่างกลุ่มภาคประชาสังคมต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อลดการเข้าถึงเชิงกายภาพ ทำให้พื้นที่ต่างๆ ปลอดเหล้า จนเกิดพื้นที่ต้นแบบการจัดงานปลอดเหล้า และจัดสภาพแวดล้อมระดับชุมชนหมู่บ้านที่เอื้อต่อการลดละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การจ้างงานคนพิการ

ความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ เป็นปัญหาในระดับโครงสร้างทางสังคมที่ต้องการการหนุนเสริมปัจจัยทางสังคม เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกรณีกลุ่มผู้พิการที่ขาดโอกาสทางการศึกษา หรือได้รับการศึกษาในระดับประถมหรือต่ำกว่า จึงส่งผลให้เกิดการว่างงานกว่า 644,691 คน จากจำนวนผู้พิการกว่า 2,076,313 คน ดังนั้นแผนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ดำเนินการให้เกิดการจ้างงานเชิงสังคมเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 3 ระยะ ได้แก่
ระยะที 1 เกิดการจ้างงานคนพิการอย่างน้อย 1,000 คน
ระยะที่ 2 คนพิการได้รับการจ้างงาน 50% มีสุขภาวะที่ดีขึ้น
ระยะที่ 3 เกิดกลไกดำเนินการที่ยั่งยืนและพึ่งพาตนเองได้

การสร้างมุมมองการรับรู้ใหม่ด้านกิจกรรมทางกาย

แผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย มีบทบาทในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ทั้งในระดับชาติและระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการร่วมผลักดันให้เกิดแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ.2561-2573 (แผนชาติ) รวมไปถึงการร่วมดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ ระดับชาติ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564) ซึ่งเป็นการสร้างมุมมองความเข้าใจในประเด็นเกี่ยวกับการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในประเทศไทย  ที่รวมถึงการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน งานบ้าน การเดินทาง การเล่น นันทนาการและการออกกำลังกาย  และใช้คำเรียกว่า “กิจกรรมทางกาย (Physical activity)”

การจัดการสุขภาวะชุมชน

การจัดการสุขภาวะชุมชน เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น โดยการเสริมพลังความร่วมมือให้องค์กรหลักในชุมชนทำงานในบทบาทหน้าที่ของตนได้อย่างเต็มศักยภาพ อันมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้เชื่อมประสานให้เกิดการพัฒนาแนวทางการจัดการกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตและคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งด้านการเมืองการปกครอง สังคม เศรษฐกิจ สภาวะแวดล้อม และสุขภาพ จนเกิดเป็นระบบสนับสนุนการปฏิบัติการต่างๆ ขององค์กรหลัก แกนนำ กลุ่ม และเครือข่ายของประชาชน ซึ่งส่งผลให้มีผู้นำ – แกนนำมีทักษะในการจัดการชุมชนตนเอง มีศักยภาพในการสร้างและนำใช้ความรู้ที่เกิดจากปฏิบัติการที่ได้ผลดีของชุมชนโดยชุมชน เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขับเคลื่อนกระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นพลวัตควบคู่ไปกับปฏิบัติการจริงอย่างต่อเนื่อง